ศาสนสถานในศาสนาอิสลาม
กลับหน้าแรก

วันและเดือนที่สำคัญในอิสลาม

เดือนฮารอม
             อัลลอฮ์ตรัสไว้ในบท อัตเตาบะห์ โองการที่ 136 ความว่า “แท้จริงจำนวนเดือน ณ อัลลอฮ์มี ๑๒ เดือน โดยระบุในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ในวันที่พระองค์ได้ทรงสร้างฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ในจำนวนนี้มี 4 เดือนต้องห้าม”

              ท่านศาสดามุฮัมมัด กล่าวไว้ ความว่า “แท้จริง การเวลานั้นได้หมุนเวียนไปเหมือนกับสภาพของมันในวันที่มีการสร้างฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดิน ๑ ปีมี ๑๒ เดือน ในจำนวนนี้มี 4 เดือนที่ต้องห้ามโดยมี ๓ เดือนติดต่อกันคือ เดือนซุ้ลก้ออ์ดะห์ ซุลฮิจยะห์และมุฮัรรอม และเดือนรอญับซึ่งอยู่ระหว่างเดือนญุมาดัลอาคิเราะห์และเดือนชะอ์บาน” โดย บุคอรีและมุสลิม
คำว่า “เดือนต้องห้าม” หมายความว่า ห้ามทำการสู้รบ และห้ามทำการล้างแค้นกันซึ่งมีมาในสมัยญาฮิลียะห์ (ยุคก่อนที่ท่านศาสดามุฮัมมัดจะเผยแพร่ศาสนา)
เดือนมุฮัรรอม

              มุฮัรรอม เป็นเดือนแรกของปฏิทินอิสลาม ส่วนวันที่สำคัญในเดือนนี้ได้แก่ วันอาชูรออ์คือวันที่ ๑๐ มุฮัรรอม เป็นวันที่ท่านศาสดามุฮัมมัด ได้ส่งเสริมให้ถือศีลอดและรวมถึงวันที่ ๙ มุฮัรรอม ด้วย
 
เดือนร่อบีอุ้ลเอาวัล

              นักวิชาการต่างมีความเห็นตรงกันว่า ท่านศาสดามุฮัมมัด เกิดในวันจันทร์ที่ ๑๒ เดือนร่อบีอุ้ลเอาวัล ปีช้าง
              วันฮิจเราะห์ การกำหนดปีฮิจเราะห์ศักราช ท่านศาสดามุฮัมมัดได้อพยพไปถึงนครมะดีนะห์ในวันจันทร์ที่ ๑๒ เดือนร่อบีอุ้ลเอาวัล ขณะเดียวกันก็ได้มีการคัดเลือกให้เดือนมุฮัรรอมเป็นเดือนแรกของศักราช โดยเหตุนี้จึงทำให้ปีฮิจเราะห์มีมาก่อนการอพยพของท่านศาสดามุฮัมมัดที่แท้จริงเป็นเวลา ๑ เดือน ๑๒ วัน 
              วันตายของท่านศาสดานบีมุฮัมมัด คือวันจันทร์ที่ ๑๒ เดือนร่อบีอุ้ลเอาวัล ฮ.ศ. ๑๑ ตรงกับวันที่ ๑๑ มิถุนายน ค.ศ. ๖๓๒ (พ.ศ. ๑๑๗๖)
 
เดือนร่อญับ

              ร่อญับเป็นเดือนที่ ๗ ของปฏิทินอิสลาม และเป็นเดือนต้องห้ามเดือนเดียวที่อยู่โดดเดี่ยวจากเดือนอื่น และมีการกล่าวว่าในคืนวันที่ ๒๗ ของเดือนนี้เป็นวันเมี๊ยะราจของท่านศาสดามุฮัมมัด ซึ่งนักวิชาการโดยท่านอิหม่ามนะวาวีได้กล่าวให้น้ำหนักว่า วันเมี๊ยะราจของท่านศาสดามุฮัมมัดนั้นเกิดขึ้นในวันที่ ๒๗ ของเดือนร่อบีอุลเอาวาล
 
เดือนชะอ์บาน

              ชะอ์บาน เป็นเดือนที่ ๘ ของปฏิทินอิสลาม สิ่งที่ท่านศาสดามุฮัมมัด ได้ปฏิบัติโดยเป็นแบบอย่างให้แก่มุสลิมคือการถือศีลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบให้มุสลิมปฏิบัติด้วย
 
เดือนรอมฎอน

              รอมฎอน เป็นเดือนที่ ๙ ของปฏิทินอิสลาม ที่มวลมุสลิมทั่วโลกถือศีลอด และในขณะเดียวกันอัลลอฮ์ได้ทรงให้เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความประเสริฐ เป็นเดือนแห่งความจำเริญ และเป็นเดือนแห่งการสะสมความดี โดยใน ๑๐ วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ท่านศาสดาได้สั่งใช้ไว้ว่า “ท่านทั้งหลายจงแสวงหาคืน อัลก้อดร์ ในคืนคี่ของ ๑๐ คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน” ฮะดีษนำเสนอโดย บุคอรี จากท่านหญิงอาอิชะห์
 
 
เดือนเชาวาล 
              ความสำคัญของเดือนเชาวาลคือ วันที่หนึ่งของเดือนเป็นวันอีดิลฟิฏร์ วันอีดในอิสลามมี ๒ วันคือ วันอีดิลฟิฏร์ และวันอีดิลอัฎฮา วันอีดิลฟิฏร์จะตรงกับวันที่ ๑ ของเดือนเชาวาล และวันอีดิลอัฎฮาจะตรงกับวันที่ ๑๐ ของเดือนซุลฮิจยะห์ วันอีดทั้งสองนี้ อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดให้เป็นวันรื่นเริงของมุสลิม
การถือศีลอด ๖ วัน ความดีที่ควรปฏิบัติในเดือนเชาวาลอีก ได้แก่ การถือศีลอด ๖ วัน เพราะจะทำให้ได้รับภาคผลเท่ากับการถือศีลอด ๑ ปี
 
เดือนซุลฮิจยะห์

              ซุลฮิจยะห์ เป็นเดือนที่มีความสำคัญ โดยเกี่ยวข้องกับการประกอบพิธีฮัจย์ และท่านศาสดามุฮัมมัดได้กล่าวว่า “ไม่มีวันใดๆ ที่ยิ่งใหญ่ ณ อัลลอฮ์ และไม่เป็นที่รักยิ่ง ณ อัลลอฮ์ โดยการปฏิบัติความดีในวันเหล่านั้นยิ่งกว่า ๑๐ วันแรกของเดือนซุลฮิจยะห์ ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงกล่าว ตัสเบียะห์ (ซุบฮานัลลอฮ์) ตะห์ลีล (ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์) ตั๊กบีร (อัลลอฮุอักบัร) ให้มากในวันเหล่านั้น"
              การถือศีลอดในวันอารอฟะห์ คือวันที่ ๙ ของเดือนซุลฮิจยะห์ ท่านศาสดามุฮัมมัด กล่าวว่า “การถือศีลอดในวันอารอฟะห์ แท้จริง ฉันหวังว่า อัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษ (ในความผิด) ปีก่อนหน้าวันนี้ และ ๑ ปี หลังวันนี้” 
              วันอีดิลอัฎฮาและวันตัชรีก ท่านศาสดามุฮัมมัด ได้กล่าวถึงความสำคัญของวันอีดิลอัฎฮาและวันตัชรีกไว้ว่า เป็นวันที่มีการปฏิบัติอิบาดะห์ (ศาสนกิจ) และเป็นวันรื่นเริงจึงห้ามการถือศีลอดในวันดังกล่าว และท่านได้กล่าวอีกว่า “วันอารอฟะห์ วันนะหร์ (อีดิลอัฎฮา) และวันตัชรีก (๑๑-๑๒-๑๓ ของเดือนซุลฮิจยะห์) เป็นวันรื่นเริงของเรา โอ้ชาวอิสลาม มันเป็นวันแห่งการกิน และการดื่ม”
              ผลานิสงค์ของการถือศีลอดในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ท่านศาสดามุฮัมมัด กล่าวว่า “การงานจะถูกนำเสนอ ณ อัลลอฮ์ ในทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ดังนั้น ฉันจึงชอบที่จะให้การงานของฉันถูกนำเสนอ โดยที่ฉันถือศีลอด”
              ความสำคัญของวันศุกร์ ท่านศาสดามุฮัมมัด กล่าวว่า “ผู้ใดที่อาบน้ำละหมาด โดยเขาอาบน้ำละหมาดอย่างดี แล้วไปละหมาดญุมุอะห์ (วันศุกร์) และฟังคุฏบะห์ (ธรรมกาถา) โดยสงบนิ่ง เขาจะได้รับการอภัยโทษ ระหว่างวันศุกร์นั้นและวันศุกร์ต่อไป และเพิ่มอีก 3 วัน และผู้ใดที่ลูบคลำเม็ดหิน (ไม่สนใจฟังคุฏบะห์) แท้จริง เขาทำให้ผลบุญในการละหมาดวันศุกร์เป็นโมฆะ” บันทึกโดยมุสลิม

เดือนในปฏิทินอิสลามทั้ง ๑๒ เดือน ได้แก่

๑. มุฮัรรอม

๒. ซอฟัร ๓. ร่อบีอุลเอาวาล ๔. ร่อบีอุลอาคิร
๕. ญุมาดัลเอาวัล ๖. ญุมาดัลอาคิร ๗. รอญับ ๘. ชะอ์บาน
๙. รอมฎอน ๑๐. เชาวาล ๑๑. ซุลเก๊าะดะห์ ๑๒. ซุลฮิจยะห์



 

© สงวนลิขสิทธ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์โดย กรมการศาสนา ห้ามนำข้อมูลในเว็บไซต์นี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร