|
เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการประสานงานและการอุปถัมภ์บำรุงศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย กรมศาสนากระทรวงศึกษาธิการ วางระเบียบไว้ดังนี้
ข้อ 1. ระเบียบนี้ให้เรียกว่า "ระเบียบกรมศาสนา ว่าด้วยองค์การศาสนาต่างๆ พ.ศ. 2512"
ข้อ 2. ให้ยกเลิกระเบียบและคำสั่งอื่นที่มีความขัดกัน แย้งกัน หรือซ้ำกันกับระเบียบนี้ แล้วใช้ระเบียบนี้แทนตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3. ในระเบียบนี้ "องค์การศาสนา" หมายถึง องค์การบริหารงานเพื่อความดำรงอยู่แห่งศาสนาหนึ่งๆ ภายในประเทศไทยอันศาสนานั้นๆ ขาดเสียมิได้ "องค์การทางศาสนา" หมายถึง หน่วยงานที่ศาสนิกชนแห่งศาสนาหนี่งๆ จัดตั้งขึ้นไว้เพื่อส่งเสริมกิจการของศาสนานั้นๆ "องค์การใหญ่ทางศาสนา" หมายถึง หน่วยงานที่องค์การศาสนาได้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือในการปกครองดูแลศาสนิกชนในศาสนานั้นโดยทั่วไป และมีความ
สำคัญรองลงมาจากองค์การศาสนา หรือเป็นหน่วยปกครองศาสนิกชนแห่งนิกายหนึ่งต่างหากอันไม่อาจร่วมกับนิกายอื่น "องค์การย่อยทางศาสนา" หมายถึง หน่วยงานซึ่งเป็นองค์การใหญ่ หรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะกลุ่มชน เฉพาะกิจการ
หรือเฉพาะท้องถิ่นหนึ่งๆ "องค์การพิเศษทางศาสนา" หมายถึง หน่วยงานซึ่งมีลักษณะพิเศษอันมีวัตถุปะสงค์ในทางศาสนาระหว่างประเทศระหว่างศาสนาต่างๆ และหรือมีวัตถุประสงค์
ไม่เกี่ยวกับศาสนาในประเทศไทยโดยตรง "ศาสนสถาน" หมายถึง สำนักอันเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนา สำนักอันเป็นที่อยู่อาศัยของนักบวชและปูชนียสถานทางศาสนา "สำนักสอนศาสนา" หมายถึง สถานที่ซึ่งผู้ประกาศศาสนาจัดไว้เป็นที่สอนศาสนา ซึ่งมีผู้สอนศาสนาปกครองดูแล
ข้อ 4. การที่กรมศาสนาจะรับนับถือองค์การใดว่าเป็นองค์การศาสนาในประเทศไทยย่อมต้องพิจารณาในหลักการสำคัญต่อไปนี้ คือ ก. หลักธรรมคำสอน มีลักษณะเป็นศาสนาหนึ่งต่างหากจากศาสนาอื่นโดยสมบูรณ์ในทางศาสนศาสตร์ ข. ปรากฏในสำมะโนประชากรว่ามีพลเมืองนับถือไม่น้อยกว่าห้าพันคน ค. คำสอนและวิธีการสอนไม่ขัดต่อรัฐธรรมและกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ง. เป็นกิจการ ทางศาสนาไม่แอบแฝงด้วยลัทธิการเมืองและวัตถุประสงค์ อย่างอื่น
ข้อ 5. การขอจดทะเบียนอยู่ในความอุปถัมภ์ทางราชการ ให้หัวหน้าองค์การใหญ่ทางศาสนานั้น ยื่นรายงานติอกรมการศาสนา พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานอันแสดงถึง ก. วัตถุประสงค์และวิธีดำเนินการ ข. ความผูกพันธ์ที่องค์การนั้นมีอยู่ในต่างประเทศ ค. บัญชีรายชื่อกรรมการละเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ขององค์การ ง. บัญชีแสดงที่ตั้งองค์การย่อย ศาสนสถาน ละสำนักสอนศาสนา จ. รายการอื่น ที่กรมการศาสนาต้องการ เมื่ออธิบดีกรมการศาสนาอนุมัติให้รับองค์การนั้นแล้ว กรมการศาสนาจะได้ออกประกาศรับไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 6. องค์การทางศาสนาที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของกรมการศาสนา ย่อมจะได้รับการพิจารณาช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ เช่น ก. การอำนวยความสะดวกและออกบัตรประจำตัวแก่ผู้ประกาศศาสนา ข. การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา ค. การพิจารณาเกี่ยวกับการพำนักอยู่ ในประเทศของเจ้าหน้าที่ทางศาสนา ง. การแก้ปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติงานขององค์การ จ. การเชิญเข้าร่วมประชุมพิจารณากิจการทางศาสนา ฉ. การชุมนุมและแลกเปลี่ยนข่าวสารกับองค์การอื่น
ข้อ 7. องค์การทางศาสนาย่อมมีหน้าที่อันพึงปฏิบัติติอทางราชการและองค์การอื่นดังต่อไปนี้ ก. แจ้งการเปลี่ยนแปลงของนิกายและบุคคลในองค์การให้กรมการศาสนาทราบ ข. ส่งเสริมศีลธรรมและวัฒนธรรมของชาติไทย ค. รักษาและเพิ่มพูนความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนิกชนผู้ต่างศาสนากัน ง. เข้าร่วมประชุมหรือชุมนุมทางศาสนา
ข้อ 8. ให้กองศาสนูปถัมภ์รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
|