Google ภายใน
ระบบฐานข้อมูลสื่อสิ่งพิมพ์
 ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด
 
 
 
ระเบียบกรมการศาสนา
ว่าด้วยศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด
พ.ศ. 2551
----------------------------------------------------------
                  โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกรมการศาสนาว่าด้วยศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดให้เหมาะสมยิ่งขึ้น  กรมการศาสนาจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
 

                   ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการศาสนาว่าด้วยศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด  พ.ศ. 2551”

                   ข้อ 2. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

                   ข้อ 3. ให้ยกเลิกระเบียบกรมการศาสนาว่าด้วยศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด  พ.ศ. 2547   

                   บรรดาระเบียบ  ข้อบังคับ  และคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้  หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                   ข้อ 4. ในระเบียบนี้

                   “มัสยิด” หมายความว่า  สถานที่ซึ่งมุสลิมใช้ประกอบศาสนกิจ โดยจะต้องมีการละหมาดวันศุกร์เป็นปกติและเป็นสถานที่สอนศาสนาอิสลาม

                   “อิหม่าม”  หมายความว่า  ผู้นำศาสนาอิสลามประจำมัสยิด

                   “คอเต็บ”  หมายความว่า  ผู้แสดงธรรมประจำมัสยิด

                   “บิหลั่น”  หมายความว่า  ผู้ประกาศเชิญชวนให้มุสลิมปฏิบัติศาสนกิจตามเวลา

                   “ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด”  หมายความว่า สถานที่ ที่มัสยิดจัดตั้งขึ้น   เพื่อเป็นสถานที่ให้การศึกษา และอบรมจริยธรรมอิสลาม ตลอดจนการจัดกิจกรรมด้านศาสนาและประเพณีที่ไม่ขัดกับหลักการศาสนาอิสลาม มีชื่อย่อว่า  “ศอม.”

                   “คณะกรรมการกลาง”   หมายความว่า  คณะกรรมการส่งเสริมศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด

                   “คณะกรรมการจังหวัด”   หมายความว่า  คณะกรรมการส่งเสริมศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดในระดับจังหวัด

                   “คณะกรรมการศูนย์”    หมายความว่า  คณะกรรมการบริหารศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด

                    “ผู้สอน”  หมายความว่า  ผู้ที่ทำหน้าที่สอนและให้การอบรมในศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด

                   “ผู้เรียน”  หมายความว่า  ผู้เข้ารับการศึกษาและอบรมในศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด

                   “หลักสูตร”  หมายความว่า  หลักสูตรที่ใช้ในศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด ตามที่กำหนดใน ข้อ 33

                   ข้อ ๕ ให้อธิบดีกรมการศาสนารักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ   รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมแบบรายงานตามระเบียบนี้

 

หมวด 1

การบริหารและการส่งเสริม

                 ข้อ 6 ให้มีคณะกรรมการกลาง  ประกอบด้วย  อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานกรรมการ      รองอธิบดีกรมการศาสนา เป็นรองประธานกรรมการ ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ผู้แทนคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย  ผู้แทนกรมการปกครอง   ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน   ผู้แทนสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  ผู้แทนกรุงเทพมหานคร  ผู้แทนสมาคมคุรุสัมพันธ์ และผู้ทรงคุณวุฒิ        ซึ่งอธิบดีกรมการศาสนาแต่งตั้งไม่เกินสี่คนเป็นกรรมการ  ผู้อำนวยการกองศาสนูปถัมภ์  เป็นกรรมการและเลขานุการ  หัวหน้าฝ่ายประสานกิจการศาสนาอิสลาม   เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

                    ข้อ 7  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี   กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

                    ข้อ 8  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระ เมื่อ

                    (1)  ตาย

                    (2)  ลาออก

                    (3)  อธิบดีกรมการศาสนาให้ออก

                    ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งซ่อม  ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น

                    ข้อ 9  การประชุมคณะกรรมการกลางต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด  จึงจะเป็นองค์ประชุม

                    การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเป็นเสียงข้างมาก  กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

                   ข้อ 10 การประชุมคณะกรรมการกลาง ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

                   ข้อ 11. คณะกรรมการกลาง  มีอำนาจหน้าที่ดังนี้                                           

(1)   กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์การจัดตั้งงบประมาณ  และการจัดสรรเงินอุดหนุน

                        (2) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน  และให้คำแนะนำส่งเสริมการจัดการศึกษาอบรมแก่ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด

(3)  แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ  เพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด  ตามที่คณะกรรมการ

กลางมอบหมาย                           

                    ข้อ 12.  ให้จังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการจังหวัด  ประกอบด้วย  ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน  ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด  ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดและ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง ไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ  วัฒนธรรมจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ

                    ข้อ 13  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี  กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีก

                    ข้อ 14  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระ เมื่อ

                        (1)  ตาย

                        (2)  ลาออก

                        (3)  ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ออก

                    ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งซ่อม  ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น

                    ข้อ 15.  การประชุมคณะกรรมการจังหวัด ให้นำข้อ 9 และข้อ 10 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                    ข้อ 16.  คณะกรรมการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

                        (1)  กำกับ ดูแล  ตรวจสอบ  ให้คำแนะนำ  ติดตามประเมินผลศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด ให้เป็นไปตามระเบียบ และนโยบาย                   
                         (2)  พิจารณาวินิจฉัยคำร้องทุกข์ ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานตามระเบียบนี้
                        (3)  แต่งตั้งคณะทำงานปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการจังหวัดมอบหมาย
                   ข้อ 17. ให้กรมการศาสนาเป็นศูนย์ประสานงานในส่วนกลาง   และให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด  เป็นศูนย์ประสานงานในส่วนภูมิภาค

                   ข้อ 18. กรมการศาสนาจะให้การสนับสนุน  และส่งเสริมศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดตามระเบียบนี้

                   ข้อ 19.  หน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน  สามารถให้การสนับสนุนและส่งเสริมศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดได้  โดยให้ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดรายงานให้กรมการศาสนาทราบ (ตามแบบ ศอม.3)

หมวด 2
กรจัดตั้งและการดำเนินการ

           

                    ข้อ 20.  การจัดตั้งศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด มีหลักเกณฑ์ดังนี้

(1)  เป็นมัสยิดที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

(2)  มีคณะกรรมการศูนย์

                                (3)  มีผู้สอนเพียงพอกับจำนวนผู้เรียนในอัตรา ผู้สอนหนึ่งคนต่อผู้เรียนไม่น้อยกว่าสามสิบห้าคน

                        (4)  ผู้สอนในศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

                                       ก)  เป็นผู้มีสัญชาติไทย

                                       ข)  มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

                                       ค)  มีความรู้การศึกษาสามัญไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับและมีความรู้ด้านศาสนาอิสลามไม่ต่ำกว่าชั้นอิสลามศึกษาตอนกลางปีที่สามตามหลักสูตรอิสลามศึกษาตอนกลาง  (มุตาวัซซีเตาะฮ์ หรือเอียะดาดีย์)   หรือมีประสบการณ์ในการสอนศาสนาอิสลามไม่น้อยกว่าสามปี   โดยผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ตามแบบ ศอม.7

                                        ง)  เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  และตามแนวทางของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(5)  มีอาคารสถานที่ เหมาะสม  ปลอดภัย  และเพียงพอกับจำนวนผู้เรียน

                    ข้อ 21. การขออนุญาตจัดตั้งศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด

ให้ดำเนินการดังนี้

                        (1) ส่วนกลาง  ให้อิหม่ามมัสยิดยื่นคำขอจัดตั้งต่ออธิบดีกรมการศาสนาโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขตและปลัดกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ  ตามแบบ ศอม.1 ท้ายระเบียบนี้

(2 ส่วนภูมิภาค  ให้อิหม่ามมัสยิดยื่นคำขอจัดตั้งต่ออธิบดีกรมการศาสนาโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (ถ้ามี) นายอำเภอ วัฒนธรรมจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดตามลำดับ  ตามแบบ ศอม.1  ท้ายระเบียบนี้

เมื่อกรมการศาสนาเห็นชอบแล้ว จะออกหนังสืออนุญาตจัดตั้งศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด ตามแบบ ศอม. 2 ท้ายระเบียบนี้ให้ไว้เป็นหลักฐาน

ข้อ 22 ให้มีคณะกรรมการศูนย์  ประกอบด้วย

(1)   อิหม่ามมัสยิดเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง

                        (2) คอเต็บ บิหลั่น ผู้แทนผู้สอนหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่าหกคน  และไม่เกินสิบสองคน ซึ่งอิหม่ามมัสยิดแต่งตั้ง เป็นกรรมการ

ข้อ 23 ให้กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนผู้สอน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี  กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

ข้อ 24. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนผู้สอน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระ เมื่อ

(1)  ตาย

(2)  ลาออก

(3)  อิหม่ามมัสยิดให้ออก

ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งซ่อม ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น

ข้อ 25. ให้คณะกรรมการศูนย์เป็นผู้เลือกกรรมการตามข้อ 22 (2) เป็นรองประธาน  เหรัญญิก  เลขานุการ  และตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

ข้อ 26. การประชุมคณะกรรมการศูนย์  ให้นำข้อ 9 และข้อ 10  มาใช้บังคับโดยอนุโลม  

ข้อ 27. คณะกรรมการศูนย์  มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)  จัดการศึกษาอบรมให้แก่ผู้เรียนตามหลักสูตร ที่กำหนดในข้อ 33

(๒)  บริหารงานทั่วไป

(3)  แต่งตั้งและถอดถอนผู้สอน

(4)  ดำเนินงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

                        ข้อ 28. ให้ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดรายงานผลการดำเนินงานประจำปี  ตามแบบ  ศอม. 3  ท้ายระเบียบนี้  ภายในวันที่สามสิบเดือนมิถุนายนของทุกปี

 

 

ข้อ 29. การแต่งตั้งและถอดถอนผู้สอน ตามข้อ 27 (3) และการรายงานผลการดำเนินงานประจำปี ตามข้อ 28  ให้ดำเนินการดังนี้

(1)  ส่วนกลาง  ให้อิหม่ามมัสยิดรายงานผ่านคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขตและปลัดกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ เพื่อแจ้งให้กรมการศาสนาทราบ

(2) ส่วนภูมิภาค  ให้อิหม่ามมัสยิดรายงานผ่านคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (ถ้ามี) นายอำเภอ วัฒนธรรมจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อแจ้งให้กรมการศาสนาทราบ

ข้อ 30  ในกรณีหนังสืออนุญาตจัดตั้งศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด ตามแบบ ศอม.2 สูญหาย ชำรุด หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ  ให้ดำเนินการดังนี้

(1)  ส่วนกลาง ให้อิหม่ามมัสยิดยื่นคำขอใบแทนหนังสืออนุญาตต่ออธิบดีกรมการศาสนา ผ่านคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขต และปลัดกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ ตามแบบ ศอม.4  ท้ายระเบียบนี้

(2)  ส่วนภูมิภาค ให้อิหม่ามมัสยิดยื่นคำขอใบแทนหนังสืออนุญาตต่ออธิบดีกรมการศาสนา ผ่านคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (ถ้ามี) นายอำเภอ วัฒนธรรมจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด ตามลำดับ ตามแบบ ศอม.4  ท้ายระเบียบนี้

การยื่นคำขอใบแทนหนังสืออนุญาตตาม (1) และ (2) ให้ยื่นภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย ชำรุดหรือถูกทำลายนั้น  พร้อมทั้งแสดงหลักฐานการรับแจ้งความหนังสืออนุญาตสูญหายของสถานีตำรวจ  หรือแสดงหนังสืออนุญาตที่ชำรุดหรือถูกทำลายแล้วแต่กรณี

การออกใบแทนหนังสืออนุญาตตามวรรคสอง  ให้กรมการศาสนาออกใบแทนหนังสืออนุญาตตามแบบหนังสืออนุญาตเดิม  แต่ให้ระบุคำว่า  “ใบแทน”  ด้วยหมึกสีแดงกำกับไว้ที่ด้านหน้าของหนังสืออนุญาตนั้นด้วย

ข้อ 31. การขอเลิกศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด  ให้ดำเนินการดังนี้

(1)  ส่วนกลาง ให้อิหม่ามมัสยิดยื่นคำขอเลิกต่ออธิบดีกรมการศาสนาโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขต และปลัดกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ ตามแบบ ศอม.5  ท้ายระเบียบนี้

(2)  ส่วนภูมิภาค ให้อิหม่ามมัสยิดยื่นคำขอเลิกต่ออธิบดีกรมการศาสนาโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (ถ้ามี) นายอำเภอ วัฒนธรรมจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด ตามลำดับ ตามแบบ ศอม.5  ท้ายระเบียบนี้

เมื่อกรมการศาสนาเห็นชอบแล้วจะออกหนังสืออนุญาตให้เลิกตามแบบ ศอม.6 ท้ายระเบียบนี้ให้ไว้เป็นหลักฐาน

ทรัพย์สินของศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดที่เลิกให้ตกเป็นของมัสยิดนั้น

 

                        ข้อ 32.  ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดแห่งใดไม่มีการจัดการเรียนการสอน หรือพักการเรียนการสอนติดต่อกันเป็นระยะเวลาสามปี  โดยไม่แจ้งเหตุให้กรมการศาสนาทราบ  ให้ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดแห่งนั้นสิ้นสุดลง

หมวด 3
การจัดการศึกษาและการพัฒนา

          

                         ข้อ 33.  การจัดการศึกษาในศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด ให้ใช้หลักสูตรดังต่อไปนี้

                   (1)  หลักสูตรการศึกษาศาสนาอิสลามภาคบังคับระดับพื้นฐาน  (ฟัรดูอีน)  ฮ.ศ.1423   พ.ศ.2545) ของสมาคมคุรุสัมพันธ์

                   (2)  หลักสูตรอิสลามศึกษาฟัรฎูอีนประจำมัสยิด พ.ศ.2548/ฮ.ศ.1426 (ฉบับปรับปรุง) ของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี นราธิวาส  และยะลา

                   (3)  หลักสูตรอิสลามศึกษา  พ.ศ.2546  สำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามของกระทรวงศึกษาธิการ

                   (4)  หลักสูตรอื่น ๆ ที่คณะกรรมการกลางรับรอง
 

                       ข้อ 34.  การจัดการศึกษาอบรมในศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด  ให้ดำเนินการดังนี้

                   (1)  จัดการเรียนการสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง และปีละไม่น้อยกว่า  240 ชั่วโมง

                   (2)  จัดการเรียนการสอนในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 08.00 – 15.00 น.  

หรือวันธรรมดา (วันจันทร์-วันศุกร์) ระหว่างเวลา 16.00 – 18.00 น.

                   (3)  กิจกรรมการเรียนการสอนมีทั้งภาคทฤษฎี (วิชาการ) และภาคปฏิบัติ

                   (4)  จัดให้มีสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสม

                       ข้อ 35.  ให้ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดมีการพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่ใช้

                     ข้อ 36. กรมการศาสนาร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้ส่งเสริมงานวิชาการและพัฒนาบุคลากร

 

                                                           หมวด 4

การวัดผลและการประเมินผล

                        ข้อ 37.  ให้ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดมีการวัดผลและการ ประเมินผลการดำเนินงาน  ดังนี้

                    (1)  ประเมินผลผู้เรียน

                    (2)  ประเมินผลผู้สอน

                    (3)  ประเมินผลการบริหารจัดการ

                    (4)  รายงานผลการดำเนินงาน

                    ให้มีการประเมินผลตามข้อ ( 1 ). และ .( 2 )  เป็นประจำทุกเดือน  หรือตามที่กำหนดในหลักสูตร

                    ให้มีการประเมินผลการศึกษาของผู้เรียนประจำปี  และตัดสินเป็นรายวิชา  โดยวิธีสอบทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ

 
 
หมวด 5

เบ็ดเตล็ด

                   ข้อ 38. ให้ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดที่กรมการศาสนาอนุญาตจัดตั้งขึ้นก่อนระเบียบนี้เป็นศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดตามระเบียบนี้

                   ข้อ 39  การใดที่ดำเนินการอยู่ก่อนที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไปได้ตามความเหมาะสม และจำเป็นโดยไม่เสียหายต่อทางราชการ

ประกาศ     วันที่   29  กรกฎาคม  พ.ศ. 2551
 
(นายสด  แดงเอียด)
อธิบดีกรมการศาสนา

 


 

 
 
 
สมัคร ยกเลิก


 
สมบัติชาวพุทธ ชุดที่ ๒ การสวดมนต์หมู่

ตอนที่ ๖ กติกาการตัดสิน

  • ตอนที่ ๖ กติกาการตัดสิน
  • ตอนที่ ๕ เกณฑ์การตัดสิน
  • ตอนที่ ๔ การประกวดสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัยท
  • ตอนที่ ๓ การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ
  • ตอนที่ ๒ ประวัติการสวดมนต์
  • ตอนที่ ๑ การสวดมนต์หมู่ สรรเสริญ พระรัตนตรัย
  •  ดูทั้งหมด

    วีดีโอข้อมูลเผยแพร่หมวดอื่น >>

    จดหมายอิเล็กทรอนิกส์กลางเพื่อการสื่อสารในภาครัฐ
    รัฐบาลไทย
    111 ศูนย์บริการประชาชน
    รับแจ้งเว็บไซต์ไม่เหมาะสม
    เว็บไซต์รับฟังความคิดเห็นของประชาชน
    กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
    หลักศูตรเศรฐกิจพอเพียง
    ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ
    ศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยด้านคอมฯ ประเทศไทย
    ศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ
    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
    เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551

    ผู้ออนไลน์ขณะนี้
       
    © สงวนลิขสิทธ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์โดย กรมการศาสนา ห้ามนำข้อมูลในเว็บไซต์นี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
    Department of Religious Affairs  ติดต่อผู้ดูแลระบบ E-mail : dra@dra.mail.go.th

    กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ธนาลงกรณ์ทาวเวอร์ ชั้น ๔ , ๑๕ - ๑๖ เลขที่ ๖๖๖ ถ. บรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. ๑๐๗๐๐
    โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๗๗๑ - ๘๘๑๘ โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๗๗๗