การสวดมนต์ขอพรรับวันขึ้นปีใหม่ไทย ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม และเป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังให้กับประชาชนทั่วประเทศให้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพราะการสวดมนต์จะทำให้เกิดการเจริญสติ จิตเกิดสมาธิ จิตใจเป็นสุข และที่สำคัญที่สุด คือ การปรับสมดุลของร่างกาย ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิริมงคลกับชีวิตครอบครัว มีความสุข สังคมและประเทศชาติสงบร่มเย็น
 

การเจริญพระพุทธมนต์ขอพรรับวันขึ้นปีใหม่ไทย

                      ด้วย“วันสงกรานต์” ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาแต่โบราณ หรือที่เรียกว่าประเพณีตรุษสงกรานต์เป็นประเพณีที่งดงามอ่อนโยน เอื้ออาทร และเต็มไปด้วยบรรยากาศของความกตัญญู ความสนุกสนาน ความอบอุ่น และให้เกียรติเคารพซึ่งกันและกัน สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของความเป็นไทยได้อย่างเด่นชัด โดยใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้ “น้ำ” เป็นตัวแทนแก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่นและขอพรจากบิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย รวมทั้งแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วซึ่งเป็นกิจกรรมที่คนไทย ได้ถือปฏิบัติสืบเนื่องมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ ทำทาน การอุทิศส่วนกุศลแด่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ การสรงน้ำพระ การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การเล่นสาดน้ำ และการละเล่นรื่นเริงต่างๆล้วนทำให้ชาวไทยส่วนใหญ่ ยังถือประเพณีสงกรานต์เป็นปีใหม่แบบไทยๆ โดยถือเอาวันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปีเป็นวันมหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ เมษายนของทุกปีเป็นวันเนา(วันกลาง) และวันที่ ๑๕ เมษายนของทุกปีเป็นวันสุดท้ายเรียกว่า “วันเถลิงศก”

 
 
                    ปัจจุบัน วัน เวลาเปลี่ยนแปลงไป แม้ไทยเราจะนับเอาวันที่ ๑ มกราคม ของทุกปีเป็นวัน ขึ้นปีใหม่แบบสากลนิยม แต่ไทยเรานิยมถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยและเป็นวัน “กลับบ้าน” ของประชาชนที่ไปอยู่ต่างถิ่นฐาน ซึ่งนิยมกลับภูมิลำเนาเดิม เพื่อเยี่ยมเยือน พบปะญาติ พี่น้องและไปขอพรจาก บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทยและต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ สำหรับการประกาศสงกรานต์ในปีนี้ ดังนี้
                    ๑. วันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ (จุลศักราช ๑๓๗๘) เวลา ๒๐ นาฬิกา ๓๖ นาที ๓๕ วินาที จันทรคติ ตรงกับวันพุธ ขึ้นเจ็ดค่ำ เดือนห้า ปีวอก
                     ๒. วันเถลิงศก ตรงกับวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ (จุลศักราช ๑๓๗๘) เวลา ๐ นาฬิกา ๓๔ นาที ๑๑ วินาที จันทรคติ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้นเก้าค่ำ เดือนห้า ปีวอก

 

 

กิจกรรมที่ดำเนินการ

                    กิจกรรมทางพระพุทธศาสนางานเถลิงศกรับปีใหม่ไทย โดยใช้มิติทางพระพุทธศาสนา เชิญชวนประชาชนเข้าวัดปฏิบัติธรรม ให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างบรรยากาศวิถีพุทธ โดยจัดพิธีสงฆ์ ในช่วงตั้งแต่เวลา ๒๒.๐๐ น. สวดมนต์พร้อมกันทั่วประเทศ ด้วยกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เจริญจิตภาวนา ไหว้พระสวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนา พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ลั่นฆ้องชัยต้อนรับปีใหม่วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๙ ในเวลา เวลา ๐ นาฬิกา ๓๔ นาที ๑๑ วินาที จันทรคติ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้นเก้าค่ำ เดือนห้า ปีวอก
  การดำเนินกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี มีแนวปฏิบัติ ๒ ประเด็น คือ
  ๑. ดำเนินกิจกรรมตามความเชื่อของชาวสยามที่ว่า “วันปีใหม่ไทย คือ วันที่พระอาทิตย์โคจรขึ้นสู่ราศีเมษ” คือ วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๙ เวลา ๒๐.๐๐ น. หรือ
๒. ดำเนินกิจกรรมตามหลักการของปีสากล หรือที่ชาวสยามเรียกว่า “วันเถลิงศก” คือ วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๙ เวลา ๐๐.๐๐ น.

 
 

แนวปฏิบัติการสวดมนต์ขอพรรับวันขึ้นปีใหม่ไทย

  ๑. การจัดเตรียมความพร้อม
                    ๑.๑ ความพร้อมของวัด วัดควรมีองค์ประกอบที่เกี่ยวกับภูมิทัศน์ที่เหมาะสม คือ มีบริเวณกว้างขวาง สามารถรองรับพุทธศาสนิกชนได้ ไม่มีเสียงรบกวน มีความสงบร่มรื่นสวยงาม มีความสะอาด มีความเป็นระเบียบ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เช่น สุขา ถังขยะ
                    ๑.๒ ความพร้อมของบุคลากรในวัด ผู้มีบทบาทที่สำคัญที่สุดในวัด คือ เจ้าอาวาส ผู้มีเมตตาบารมีผู้มีความมุ่งมั่นที่จะอนุเคราะห์ สงเคราะห์พุทธศาสนิกชนให้มีความสุข และพระภิกษุสงฆ์ที่มีความพร้อมทางศักยภาพ คือ มีภูมิธรรม และภูมิรู้ทางโลกและทางธรรม พร้อมที่จะใช้ภูมิธรรมและภูมิรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อพุทธศาสนิกชน
                    ๑.๓ ความพร้อมของเครือข่าย การสร้างเครือข่ายให้มีความพร้อม โดยการเชิญชวนหน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ ในชุมชน ในพื้นที่ ให้มาร่วมปรึกษาหารือ ร่วมวางแผนดำเนินการโดยให้มีการกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ เพื่อความเป็นเอกภาพเดียวกันในแต่ละชุมชน และมีการทำงานสอดคล้องประสานเชื่อมโยงกันเป็นระบบ
 
 
๒. การจัดตั้งพระพุทธรูปและเครื่องบูชา
                    ๒.๑ ที่ตั้งพระพุทธรูป เรียกว่า โต๊ะหมู่บูชา ซึ่งมีหลายชนิด เช่น หมู่ ๕ หมู่ ๗ หมู่ ๙ เป็นต้น ควรหาผ้าขาวปูพื้นเสียก่อนตั้งบูชา ตั้งทางขวามือพระสงฆ์หันหน้าออกไปทางเดียวกับพระสงฆ์ หากมีความจำเป็นต้องตั้งไว้ทางซ้ายมือพระสงฆ์ก็ให้ตั้งหันหน้ามาทางพระสงฆ์ โดยแยกห่างออกมาไม่ให้เข้าแถวกับพระสงฆ์
                    ๒.๒ เครื่องบูชาที่นิยมมี ดังนี้ ๑) กระถางธูป ๑ ที่ ๒) เชิงเทียน ๒ ที่ ๓) แจกัน ๒ ที่ ๔) พระพุทธรูป ที่อัญเชิญมาตั้งนิยมเป็นปางสมาธิหรือปางมารวิชัย ควรมีขนาดพอดีกับโต๊ะหมู่บูชา เทียนกับธูปควรวางไว้ใกล้กัน ส่วนแจกันดอกไม้วางไว้ด้านซ้ายและขวาของพระพุทธรูป บนโต๊ะบูชาไม่ควรวางสิ่งของอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการบูชาพระ หากมีสิ่งที่ใช้แทนแจกันดอกไม้หรือกระถางธูปต้องดูให้เหมาะสม

 
 
๓. การเตรียมอื่น ๆ
                    ๓.๑ การเตรียมกาย เมื่อไปวัด ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวเรียบ หรือสีที่ไม่ฉูดฉาด ไม่หลวมไม่คับเกินไป เนื่องจากจะไม่คล่องตัว ไม่ประดับร่างกายด้วยเครื่องประดับ ไม่ใช้เครื่องประทินผิว เช่น น้ำหอม เป็นต้น รับประทานอาหารแต่พอดี ไม่อิ่มจนอึดอัด เพื่อประทังความหิว เนื่องจากมีอาการหิวกระหายจะทำให้จิตใจไม่สบายไปด้วย ควรงดเว้นอาหารที่อาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นต้น
                    ๓.๒ ให้ตัดความวิตกกังวลที่จะเกิดขึ้น เช่น เรื่องครอบครัว เรื่องการงาน เป็นต้น

 
 

๔. ลำดับการเจริญพระพุทธมนต์ (ปรับตามธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละวัด)
๔.๑ บทนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า  ๔.๒ บทพระไตรสรณคมน์
๔.๓ บทนะมะการะสิทธิคาถา (สัมพุทเธฯ) ๔.๔ บทนะมะการะสิทธิคาถา (โย จักขุมาฯ)
๔.๕ บทนะโมการะอัฎฐะกะคาถา    ๔.๖ บทมังคะละสูตร
๔.๗ บทระตะนะสูตร    ๔.๘ บทกะระณียะเมตตะสูตร
๔.๙ บทขันธะปริตร ๔.๑๐ บทโมระปริตร
๔.๑๑ บทวัฏฏะกะปริตร ๔.๑๒ บทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ
๔.๑๓ บทอาฏานาฏิยะปริตร ๔.๑๔ บทโพชฌังคะปริตร
๔.๑๕ บทอะภะยะปริตร ๔.๑๖ บทสักกัตวา
๔.๑๗ บทนัตถิ เม ๔.๑๘ บทยังกิญจิ
๔.๑๙ บทเทวะตาอุยโยชะนะคาถา ๔.๒๐ บทถวายพรพระ

 
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ธนาลงกรณ์ทาวเวอร์ ชั้น ๑๒ , ๑๕ - ๑๖ เลขที่ ๖๖๖ ถ. บรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. ๑๐๗๐๐ 
โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๗๗๑ - ๘๘๑๒ โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๑๓